JACK THE RIPPER ตอน 2

posted on 15 Jun 2008 17:34 by die13th
เหยื่อรายสุดท้าย

พวกแฟนพันธุ์แท้ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ มักถกเถียงกันในเรื่อง เหยื่อของแจ๊ค อยู่เสนอ ว่าแท้ที่จริงแล้วแจ๊คสังหารผู้หญิงรวมทั้งหมดกี่คนกันแน่

บ้างก็ว่า 7 บ้างก็ว่า 13 ราย บ้างก็ว่า 4 ราย (ซึ่งลำดับเหยื่อที่ผมมาไว้บทความนี้ พวกแฟนพันธุ์แท้มี ความเห็นตรงกันว่าเป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียวกันอย่างแน่นอน) แต่อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายล้วนความเห็นตรงกันว่า แมรี่ เจน เคลลี่ คือเหยื่อคนหนึ่งของเขาแน่นอน ไม่ว่าเธอจะเป็นเหยื่ออันดับที่เท่าไร หรือเขาได้สังหารเหยื่อรวมกี่รายก็ตาม

นี้เป็นการฆาตกรรมที่โหดสำหรับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ และเป็นปริศนาทั้งหมด ทั้งปอง ที่ตามมว่า เช่น เขาคือใคร ทำไมถึงต้องฆ่า เขาหายไปไหนกันแน่หลังจากฆ่าเหยื่อรายสุดท้าย



แมรี่ เจน เคลลี่

เธอเกิดเมื่อปี 186 เธอแต่งงานเมื่ออาย 1 6 ปี กับคนงานขุดถ่านหินชื่อ จอนห์ เดวี่ร์ แต่สามปีต่อมา เขาก็ตายเนื่องจากถ่านหินถล่ม และเธอจึงเริ่มยึดอาชีพ โสเภณี

ต่อมาเคลลี่ก็ได้ทำงานในราชสำนักของอังกฤษ เป็นพี่เลี้ยงให้ทารกสาวน้องให้แก่เจ้าชาย อัลเบิร์ต วิคเตอร์ แต่เธอถูกจับได้ว่าทำงานพิเศษเป็นโสเภณี จึงถูกไล่ออก และเข้ามาอาศัยในมิลเลอร์คอร์ด ห้องเดี่ยวหมายเลขที่ 13 และเธอค้างค่าเช่าห้องประจำ เมื่อจนแต้มเธอก็กลับยึดอาชีพ โสเภณีอีก

ในปีที่ถูกฆาตกรรม แมรี่ เจน อยู่ในวัยเบญจเพสพอดี เธอสูง 5 ฟุต 7 นิ้ว เธอเป็นคนสวย ต่างจากเหยื่อรายอื่น ๆ ของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่มีแต่คนแก่ หน้าตาอัปลักษณ์

และนี้คือคำถามต่อมาว่า ทำไมการลงมือครั้งนี้ของ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ถึงได้โหดมนัก เธอมีอะไรที่แปลกกว่าคนอื่นที่ผ่านมาของเขาหรือ หรือว่า.......................


เกิดเหตุ
ผู้ชายคนสุดท้ายก่อนที่เธอจะตายคือ จอร์ซ ฮัทซิ่งสัน ผู้ที่เธอไปขอเงินเขา แต่เขาไม่ให้ เธอจึงผละออกไปหาชายผู้สวมหมวกยาวสีดำ ผอมสูง ปริศนา

น่าแปลกที่จ๊อร์จไม่ให้ข้อมูลนี้แก่ตำรวจจนกระทั้งวันที่ 12พฤศจิกายน
และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่เธอมีชีวิตอยู่..................
เช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน โธมัส ผู้ช่วยของจอห์น แม็คคาธี่ เจ้าของห้องเช่า เคาะห้องหมายเลข 13 เพื่อเรียกแมรี่ เจน เขาเคาะหลายที่แต่ไม่มีใครเปิดประตู จนกระทั้งเขาแอบมองรูกุญแจ และเอามือสอดเขาไปในกระจกและรูดม่านออก จนกระทั้งเขาก็ได้เห็น.............................

เนื้อสด ๆ สองก้อนบนหัวเตียงและร่างชำแหละยับเยินของแมรี่ เจน!

"มันเหมือนงานของปีศาจมากกว่าน้ำมือของมนุษย์"

เมื่อพังประตูเข้าไปยิ่งเห็นสภาพศพชัดเจน


แมรี่ เจน นอยหงายบนเตียงในชุดผ้าชั้นในผ้าลินิน ศีรษะหันไปทางซ้าย แขนขวาแนบลำตัวแต่ท่อนแขนวางทับท้องน้อย ส่วนแขนขวาวางบนในสภาพงอข้อศอกและกำหมัดแน่น หมอนและผ้าปูที่นอนชุ่มด้วยเลือด

ในสภาพห้องยังมีจุดน่าสงสัยหลายจุดเช่น พบเศษเสื้อผ้าที่ถูกเผารวมกับหมวกสตรี กา และหูกาน้ำบนเตา ฆาตกรทำอย่างนี้ทำไม (สันนิษฐานว่าฆาตกรจุดเพื่อให้เกิดความสว่างในการแล่ศพได้ถนัด)

จากการชันสูตรศพโดยนายแพทย์พิลิปส์เจ้าเก่าและคณะ ก็ได้ข้อมลที่น่าขนลุก

เหยื่อถูกเชือดลำคอจากใต้หูหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ลึกจนถึงกระดูกคอ ใบหน้าถูกทำลายยับเยินจนแทบจำไม่ได้ เต้านมถูกตัดออกทั้งสองข้าง แขนขามีแผลเหวอะหวะทั้งสองแผล ขาแยกออกจากกัน เนื้อท้องน้อยและต้นขาถูกเฉือน ท้องถูกชำแหละจนไม่เหลืออวัยวะใด ๆ กระเพาะปัสสาวะและไตถูกควักออกมาวางบนเต้าทั้งสองข้างที่อยู่ใต้ศีรษะ ลำไส้ถกวางอยู่ด้านขวา ม้านอยู่ด้านซ้าย เนื้อส่วนท้องถูกเฉือนและเนื้อต้นขวากองอยู่บนโต๊ะ............................

และมีข้อความที่เขียนด้วยชอล์กไว้ว่า

"The Juwes arethe men that will not be blamed for nothing"อีกแล้วแต่ภายหลังหลายฝ่ายได้ให้ความเห็นว่าข้อความนี้คนเขียนอาจไม่ใช้แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ แต่ มันมีอยู่ก่อนแล้ว เช่นเคย
จากการสืบสวนก็พบปริศนาหนึ่งคือฆาตกรหลบหนีไปได้อย่างไรเพราะห้องของแมรี่ เจน ติดกับห้องอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดและอวัยวะที่ควักออกมากับศพ และเสี่ยงมากถ้ามีคนเปิดประตูไปเจอเขาออกจากห้อง ทำไมไม่มีใครได้ยินเสียงแปลก หรือสงสัยอะไรบ้าง มันเป็นไปได้อย่างไร..........

การดำเนินคดีถึงทางตันและหยุดการสืบสวนในระยะเวลาต่อมา

แมรี่ เจน เคลลี่ถูกฝังในสุสานแคธอลิเคลีย์สโตนในวันที่ 19 พฤศจิกายน 1888

และหลังจากสังหารแมรี่ เจน แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ก็หยุดพฤติกรรมโหด และหายไปจากไวท์ตลอดกาล ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเขาชำแหละแมรี่ เจน อย่างเมามันจนสนองความกระหายอย่างเต็มที่ หรือ เขาเดินทางหนีไปเมืองนอก หรือเขาฆ่าตัวตาย หรือตายแล้ว

แต่บทสรุปที่ได้ในการสืบสวนของตำรวจคือ คดีฆาตกรรมในไวท์แช็พเพล ไม่สามารถคลี่คลายได้ ว่าใครคือฆาตกรต่อเนื่องที่ลึกลับ การค้นหาตัวฆาตกรเต็มไปด้วยความลำบากยากเย็น มืดมน สับสน ซับซ้อน แม้มี คนเห็นคนต้องสงสัย แต่หลายคนกลับให้การไม่ตรงกัน ที่สำคัญฆาตกรก็ไม่ทิ้งหลักฐานใด ๆ ที่บ่งบอกถึงแรงจูงใจในการฆ่าเหยื่อทั้งห้ารายเลย

หรือว่าเพราะอิทธิพลของผู้มีอำนาจในขณะนั้นที่สั่งให้หยุดการสืบสวน และจัดฉากกันแน่



"ลึก ๆ แล้วฉันเชื่อว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นบุคคลสาธารณะ ที่มีชื่อเสียงไปแล้ว คำพูดของเขา บุคลิกของเขาเป็นข่าวควบคู่กับความโหดร้ายที่เดียว"

เอ.เจ.แร๊ฟเฟลล์ นักเขียน


"แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่แสนน่ารักนั้นหรือ ผมไม่ต้องการให้เขาถูกจับเลย เขาทำให้หนังสือพิมพ์ผมขายได้มากกว่าตอนที่มีพิธีฝังของกษัตริย์และพิธีราชาภิเษกรวม
กันเสียอีก"

ปีเต้อร์ ลัฟซี่ย์ ตัวละครจากเรื่องปัญหาในห้องพักหมายเลข 10


คำบอกเล่า


จากคำบอกเล่าของพยานแต่ละฝ่ายพบว่า ผู้ต้องสงสัยที่พบกับเหยื่อ มีลักษณะแตกต่างกัน

ทำให้หลายฝ่ายต้องวาดภาพ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ว่าเขาเป็นคนเช่นใดกันแน่เพื่อหาผู้ต้องสงสัย เช่น

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ รู้จักลู่ทางในย่านอี๊สต์เอ็นด์เป็นอย่างดี สามารถหลบหนีได้คล่องตัวหลังก่อการฆาตกรรรม โดยเฉพาะคดีสองศพซ้อน

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ รู้จักเหยื่อทุกราย สามารถตีสนิทกับเหยิ่อได้ไม่ยาก เหยื่อตายโดยไม่ต่อสู้ขัดขื่นเลย

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นคนแข็งแรง มีความรู้ด้านกายวิภาคไม่น้อย

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ อายุราว 30 ปี สูง 5 ฟุต 7 นิ้ว รูปร่างสนทัด ผิวขาว และไว้หนวด

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นคนฉลาด แต่กับทำงานไม่สมกับความรู้

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ มาจากครอบครัวที่ล้มเหลว มีความเคลียดรุนแรง

ฯลฯแต่นั้นมันแค่การสันนิษฐานเพราะถึงอย่างไรสิ่งทำสำคัญที่สุดของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ คือไม่มีหลักฐานจะเอาผิดใด ๆ กับใครทั้งสิ้น


ใครกันแน่

จากการศึกษาของหลาย ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพบว่าผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมไวท์มีมากเหลือเกิน บางคนเป็นหมอ โจร พ่อค้า คนเร่ร่อนคนไข้โรคจิต หรือแม้แต่เจ้าชาย!


เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด อัลเบิร์ต วิคเตอร์ (เบื้องหลังราชวงค์ที่นำไปทำหนัง)

หรือเจ้าชายเอดดี ดยุคแห่งแคลเรนซ์ หนังสือหลายเล่มอ้างว่าพระองค์เคยเสด็จไปเที่ยวซ่องในย่านอีสต์เอนด์ และสันนิษฐานว่าพระองค์เรียนรู้เทคนิคในการชำแหละมาจากการล่าสัตว์ และทรงติดเชื้อซิฟิลิส ขณะที่สาเหตุอย่างเป็นทางการระบุว่าพระองค์สิ้นพระชนม์จากอาการปอดอักเสบ หนังสือหลายเล่มชี้ว่าพระองค์เป็นผู้ลงมือเองหรือไม่ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆา
ตกรรมเพื่อปิดปังพฤติกรรมอันเหลวแหลก ทฤษฎีนี้แพร่หลายมากเพราะนักประวัติศาสตร์มีชื่อ อย่างไรก็ตามสาวกของแจ็คส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากบันทึกเกี่ยวกับพระกรณียกิจของเจ้าชายยืนยันว่าในขณะที่การฆาตกรรมเกิดขึ้น
พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ในลอนดอนเลย อย่างไรก็ตามกลุ่มที่เชื่อทฤษฎีนี้โต้ว่าเจ้าชายเอดดีอาจจะแอบมาลอนดอน หรือมิเช่นนั้นบันทึกของทางการอาจจะเป็นสิ่งที่ "แต่ง" ขึ้นมาก็ได้


มองตากูว์ จอหน์ ดรูอิทท์ (การตายของเขาทำให้แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์หายไป)

เขาเป็นครูและศึกษาด้านการแพทย์ขณะที่สอบได้เนติบัณทิตแล้ว ดริตต์มาจากครอบครัวที่ดีและมีการศึกษาแต่กลับมีอาการวิกลจริต สองวันหลังจากที่เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนแบล็กเฮลท์เขาก็ฆ่าตัวตายด้วยการถ่วงตัวเอง
ให้จมน้ำด้วยหินที่ซุกไว้ตามกระเป๋า และทิ้งข้อความลาตายไว้ว่า "ตั้งแต่วันศุกร์แล้วผมรู้สึกว่ากำลังจะเป็น (บ้า)เหมือนแม่ และการตายคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้" ตำรวจพบกระดาษโน้ตจากศพของเขาที่ลอยมาตามแม่น้ำเทมส์เมื่อ 31 ธันวาคม ปี 1888 ทั้งนี้ เขาหายตัวไปหลังจากที่พบศพเหยื่อรายที่ 5 ได้ไม่นาน การสอบสวนของตำรวจระบุว่าเขาฆ่าตัวตายเนื่องจากอาการซึมเศร้า และสรุปว่าเขาคือแจ็คเดอะริปเปอร์ ตำรวจปิดคดีได้สำเร็จโดยที่เขาตกเป็นแพะรับบาป มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรมเสียเองกันแน่ ขณะที่การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งแสดงต่อศาลระบุว่าการตายของเคลลีและการตายของดริตต์มีความเกี่ยวโยงกัน บ้างระบุว่าดริตต์มีอาการป่วยทางจิตหลังจากการสังหารเหยื่อรายที่ 5 ของเขา


อารอน โคสมินสกี้ (คนจรจัด)

คนจรจัด ไม่มีใครทราบประวัติของเขามากนัก เขาเคยเป็นช่างตัดผมชาวยิว เคยเข้ารักษาโรงพยาบาลโรคจิต ชอบเดินเตร่เพื่อกินอาหารจากเศษขยะ และมักทำร้ายผู้คนด้วยมีด


เช้ฟริน โคงโซว์สกี้ 1865-1903

ฆาตกรเลือดเย็น เป็นลูกช่างไม้ในโปแลนด์ เป็นคนสูงปานกลาง นัยน์ตาสีฟ้า ผมดำ ชอบใส่เสื้อโค้ทดำ รองเท้าบู๊ดหนังมันปลาทและสวมหมวกทรงสูง

เขาเป็นเสือผู้หญิง แม้จะแต่งงานแล้วแต่เขายังไม่เลิกนิสัยเจ้าช้ เมษายน เขาซื้อยาพิษประเภทผลระยะยาวให้ภรรยากินทกวัน จนกระทั้งเสียชีวิต

ต่อมาเขาฆ่าภรรยาคนที่สอง เบ๊สซี่ เทย์เล่อร์ และคนที่สาม โมด์ ม้าร์ช ด้วยวิธีคล้าย ๆ กัน

และต่อมามีการชันสูตรศพทั้งสามและเขาถูกตัดสินแขวนคอในวันที่ 7 เมษายน 1903



โจเซ้ฟ บาร์เน็ตต์

คนรักเก่าของ แมรี่ เจน เคลลี่ คนขายและขนส่งปลาในตลาด เป็นการสันนิษฐานว่าเขาสังหารโสเภณีเพื่อขู่ให้ แมรี่ เจน เคลลี่ เพื่อขู่ให้เธอเลิกเป็นโสเภณี แต่หลังจากนั้นเขาก็ทะเลาะกับเธอ จนสติไม่อยู่ และลงมือสังหารเธออย่างโหดม

ฯลฯ


แน่นอนพวกนี้คือผู้ต้องสงสัย และไม่มีหลักฐานใด ๆ บ่บอกว่าพวกเขาคนใดคนหนึ่งคือ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

จิตรกรเป็นฆาตกร!

6 ธันวาคม พ.ศ.2544

แพทริเซีย คอร์นเวลล์ นักเขียนนิยายอาชญา ชาวอเมริกัน ได้ให้สัมภาษณ์ตัวจริงของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ จากหลักฐานทั้งหมดเธอที่รวบรวมมาอย่างยากลำบาก

"จากการศึกษาของเดี้ยน เดี้ยนมั่นใจว่า นาย วอลเต้อร์ ริช้าร์ด ซิคเกิร์ต คือแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ แน่นอนค่ะ ฟันธง.........."


ใครคือ วอลเต้อร์ ริชาร์ด ซิคเกิร์ต

วอลเต้อร์ ริชาร์ด ซิคเกิร์ต เกิดที่มิวนิค ในเยอรมัน 31 พฤษภาคม 1860 บิดาเป็นช่างวาดภาพประกอบลงในนิตรสาร

ต่อมาครอบครัวของเขาก็ย้ายมาปักหลักที่กรุงลอนดอน

พฤษภาคม ซิคเกิร์ต ได้เป็นจิตรกรอย่างเต็มตัว เมื่อได้จิตรกร ชาวอเมริกาชื่อ เจมส์ แม็คนีลล์ เป็นผู้สอน จนกระทั้งผลงานที่ถนัด คือการใช้แสงเงา ในใบหน้าของบุคคลทำให้มีลักษณะกรีดเฉือน

ในด้านการงานถือว่าดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซิคเกิร์ต นำภาพเขาแสดงในงานหลายครั้งและเป็นอาจารย์สอนศิลปะในลอนดอน จนมีชื่อเสียงในกรงลอนดอน

ในด้านชีวิตคู่ ถือว่าไม่ค่อยดีนัก เขาหย่ากับภรรยาคนแรก และภรรยาคนที่สองตายก่อนวัยอันควร แต่เขาก็ได้คู่ชีวิตอีกครั้งในชีวิตปั้นปลาย

เขาเสียชีวิตที่เมืองบ๊าธในวันที่ 22 มกราคม

เท่าที่ดูจากชีวิตและประวัติของ ซิคเกิร์ต แล้ว ไม่เห็นเค้าใด ๆ ที่บอกว่า ซิคเกิร์ต ส่อแววเป็นฆาตกรตั้งแต่เด็กเลยถึงแม้เขาจะมีปัญหากับชีวิตบ้างในหน้าที่การงานและผู้
หญิง แต่เขาก็อดทนและแก้ไขได้จนมีชื่อเสียงและประสบผลสำเร็จในชีวิต ไม่มีลักษณะใด ๆ ทั้งสิ้น ว่า ซิคเกิร์ต คือแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์



ทำไมต้อง ซิคเกิร์ต

สาเหตุที่เขาถูกสงสัยเพราะงานเขียนของเขา มีหลายคนเชื่อว่างานเขียนของเขามีแรงบันดารใจจากแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

แต่ทำไมเขาต้องฆ่าโสเภณีทั้ง ๆ ที่เขามีทั้งชื่อเสียงและเงินตรา

คำตอบคงอยู่ที่ ........................

โจเซ้ฟ กอร์แมน ซิคเกิร์ต เขาอ้างว่าเป็นลูกชายของซิคเกิร์ตนักจิตรกร เขาบอกว่า.........

"ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต(1942) พ่อได้สารภาพก่อนตายว่า พ่อรู้เรื่องการวางแผนฆ่าโสเภณีที่รู้เรื่องความลับของเจ้าชายอัลเบิร์ต วิคเตอร์"

เจ้าชายอัลเบิร์ต วิคเตอร์ ชอบปลอมตัวท่องราตรีและชักชวนเขามาเที่ยวด้วย พวกเขาได้รู้จักกับหญิงสาวชื่อแอนนี่ เอลิซาเบธ เจ้าชายผกพันรักใคร่ได้ไม่นาน แอนนี่ก็ต้องท้อง และเมื่อรู้ถึงพระราชินี พระองค์ทรงพิโรธมาก และแยกสองคนออกจากกัน และลบชื่อของ แอนนี่ เอลิซาเบธ

และแมรี่ เคลลี่ก็รู้ความลับนี้ ! และต่อมาเธอและเพื่อนำความลับนี้มาต่อรองเรียกเงินจากรัฐบาล

ถ้าความลับนี้เปิดเผยต่อภายนอก เรื่องจะบานปลายยิ่งกว่ารัฐประหาร!

เซอร์กัลล์นายแพทย์ประจำพระองค์พร้อมกับจอห์น เน็ต คนขับม้าได้วางแผนสังหารพวกผู้หญิงปากหอยปากปูและสอนบทเรียนที่มีค่าว่า นี้คือผลการเป็นศัตรูกับรัฐบาล ทั้งสองได้สร้างแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ขึ้นมา และต่อมาได้ขอร้องให้ตำรวจเข้ามาช่วยกลบเกลื่อนอาชญากรรรมและให้ทำเป็นเอาหูเป็นตาไป
ไร่ระหว่างที่เกิดฆาตกรรรม

ซิคเกิร์ต รู้สึกผิดมากในการมีส่วนร่วมการฆาตกรรรมนี้ มันอัดอั้นจนบอกใครไม่ได้ เขาจึงระบายความลับทั้งหมดในงานเขียนที่โด่งดังหลายภาพของเขา

และหลังจากนั้นหลายฝ่ายได้มีการตรวจสอบคำพูดของ โจเซ้ฟ กอร์แมน ซิคเกิร์ต ก็พบว่า

มีผู้หญิงชื่อ แอนนี่ ครุก อาศัยอยู่ในช่วงเวลานี้จริงและเธอกำเนิดลูกไม่มีพ่อในช่วงเวลานี้จริง

แต่หลาย ๆ ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ จนกระทั้ง แพทริเซีย คอร์นเวลล์ นักเขียนนิยายอาชญา กระโดดเข้าร่วมพร้อมหลักฐานว่าเขาคือฆาตกรไว้ท์แซ็พเพล

แต่หลักฐานทั้งหมดก็โต้กลับโดยผู้วชาญว่าไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่า ซิคเกิร์ต คือ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

จนบัดนี้เวลาก็ล่วงเลยมานานนับศตวรรษ ปริศนาทั้งหลายก็ยังไม่อาจไขกระจ่างได้ ยังคงเป็นม่านหมอกอันดำมืดในอดีตของอังกฤษที่ ณ ครั้งหนึ่งเคยมีฆาตกรใจโฉดนาม แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ อาศัยอยู่ แม้ว่าแฟ้มคดีของแจ๊คนั้นจะถูกปิดไปเมื่อปี ค.ศ. 1892 และวายร้ายคนนี้ก็หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของอังกฤษอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังคงเหลือทิ้งไว้แต่ปมตำนานอันน่าสยองขวัญและลึกลับที่ผู้คนยังคงเล่าขานต่อกั
นมาจนถึงปัจจุบันพร้อมกับคำถามที่ว่า "ใครคือ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ?"

 

 credit : ข้อมูลจาก หนังสือแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ต้นแบบฆาตกรต่อเนื่อง โดยกอบกุล

edit @ 15 Jun 2008 17:36:25 by PrincE The Ripper

Comment

Comment:

Tweet

อ่อ
อ่านแล้วอ่านอีกแต่ก็ยังสนุกเหมือนเดิมเลยนะ
เห็นเค้าว่ากันว่า
ตัวจริงของแจ็คอาจเป็นเชอร์ ลอกซ์ โฮม ก็ได้
ใครจะรู้....